เมษายน 8, 2020

Pain and Glory…..แด่ฝัน ชีวิต และความเจ็บปวด

Pain and Glory เป็นหนังสัญชาติสเปนที่เข้าชิง 2 รางวัลออสการ์ในปีล่าสุด อันประกอบไปด้วยสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (แอนโตนิโอ แบนเดอรัส) และสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ผลงานการกำกับของผู้กำกับมากผีมือ  เปโดร  อัลโมโดวาร์   เจ้าของฉายาเจ้าป้าแห่งวงการภาพยนตร์  ผู้กำกับรางวัลออสการ์จาก Talk to Her (แต่ไม่ได้รางวัล เพราะแพ้ให้กับ Parasite และ Joker)  แต่หนังเรื่องนี้ก็ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม  และเป็นอาจเรียกได้ว่าเป็นการแสดงที่ดีที่สุดในชีวิตของ อันโตนิโอ แบนเดอรัส  โดยเรื่องราวกว่า 70% ของหนังที่ถูกถ่ายทอดออกมาส่วนใหญ่เป็นเค้าโครงจากชีวิตจริงของผู้กำกับนั่นเอง

เนื้อเรื่องของหนังเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของซัลวาดอร์ มัลโล  ผู้กำกับภาพยนตร์ที่หมดไฟในการทำงาน   ห่างหายจากการทำหนังถึง 32 ปี   ด้วยอาการเจ็บป่วยและสภาพร่างกายที่ย่ำแย่  แต่ต้องกลับไปหาอดีตนักแสดงที่เคยร่วมงานกันและเคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน  เพื่อร่วมงานฉายหนังดังในอดีตของทั้งคู่ และเป็น   อัลแบร์โต  นี่เองที่แนะนำเฮโรอีนให้กับ ซัลวาดอร์  เขาเข้าสู่วังวนยาเสพติดเพียงเพื่อหวังให้มาช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดของเขา  แต่ผลที่ได้รับกลับไม่ใช่ความสุขอย่างที่เขาต้องการ  มันพาเขากลับไปสู่กับอดีตอันขื่นขมและเจ็บปวดอื่น ๆ ทั้งชีวิตวัยเด็กที่สุดลำบากยากเข็ญมีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้น  และชีวิตรักที่ไม่สมปรารถนาของเขากับ เฟดเดอริโก   (ลีโอนาร์โด สบาราเกลีย) ซัลวาดอร์จะจัดการกับชีวิตของตัวเองอย่างไรให้เอาชนะความเจ็บปวดรวดร้าวเหล่านั้น และกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง

          การดำเนินเรื่องของหนังอาจตัดสลับระหว่างพาร์ทอดีตในวัยเด็กของซัลวาดอร์ ผู้ใช้ชีวิตอยู่กับแม่  (รับบทโดย เพเนโลปี ครูซ) กับพาร์ทปัจจุบัน  อาจจะดูน่าเบื่อไปบ้างเพราะไม่มีจุดไคลแม็กซ์ จุดหักเหหรือพลิกพลันใด ๆ หรือหาจุดเชื่อมโยงของทั้งสองพาร์ทไม่ได้  ถึงแม้ระหว่างนี้จะมีฉากตลกหรือน่าค้นหาสอดแทรกมาบ้าง แต่ก็ถือว่าครึ่งแรกของหนังปูพื้นไปเยอะมากจริง ๆ  แต่พอเรื่องดำเนินมาถึงครึ่งหลังเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถูกปูไว้ในครึ่งแรกมันค่อย ๆ มาบรรจบและถูกถักถ้อยร้อยเรียงต่อเนื่องกัน  ทำให้ราได้เห็นเหตุการณ์ภาพรวมของชีวิตซัลวาดอร์  ทำให้เราเข้าใจเหตุผลและการกระทำหลาย ๆ อย่าง ของซัลวาดอร์มากขึ้น  และรู้สึกว่าชีวิตของซัลวาดอร์ช่างเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนจับใจ  โดยเฉพาะเมื่อถูกถ่ายทอดโดย แอนโตนิโอ แบนเดอรัส  บอกเลยว่าถ้าปีนี้ไม่มีชื่อของ วาคีน ฟินิกซ์  จาก Joker เข้าชิงในเวทีออสการ์  แอนโตนิโอ ต้องคว้ารางวัลดารานำชายไปแน่นอน

โดยรวมของหนังแล้ว ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่คิดว่าใครที่ชอบหนังแนวดราม่าจัด ๆ หรือเป็นคนที่ต้องการเติมไฟในชีวิต หรือคนที่อยู่ในโหมดชีวิตว่างเปล่าอยากค้นหาคำตอบบางอย่าง  คิดว่าหนังเรื่องนี้น่าจะตอบโจทย์ได้เพราะนอกจากเนื้อหาของเรื่องที่ค่อยเล่า ๆ เหมือนเพื่อนคนหนึ่งที่เล่าเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ทุกข์สุขตั้งแต่วัยเด็กจนวัยชรา วัยที่ผ่านความเจ็บปวดในทุก ๆ ด้านของชีวิตของเค้าให้เราฟังแล้ว  เราอาจจะได้แรงผลักดันอะไรบางอย่างเพื่อใช้ชีวิตต่อไป  อย่างน้อยคุณภาพของหนังที่การันตีจากการได้เข้าชิงเวทีระดับโลกก็เป็นเหตุผลที่เราไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้